"ลาวเหนือ" Ride to Nothern Laos.

posted on 29 Apr 2011 22:26 by studiohm

Ride to Northern Laos 

"ลาวเหนือ"

ในวันหนึ่งกลางๆเดือนกุมภาพันธ์ ท่ามกลางอากาศเย็น ๆ ผมก็ได้รับโทรศัพท์จากเพื่อนผมว่า จะมีทริปใหญ่ปลาย ๆ เดือนมีนาคม เป็นการเดินทางท่องเที่ยวด้วยรถมอเตอร์ไซด์ไปต่างประเทศกัน ผมถึงกับตกใจและดีใจไปพร้อม ๆ กัน ที่ตกใจเพราะว่าไม่คิดว่าทริปจะมาเร็วขนาดนี้ ซึ่งมันก็เป็นฝันของผมเช่นเดียวกับหลาย ๆ คน ถึงแม้จะเป็นประเทศเพื่อนบ้านใกล้ ๆ อย่างประเทศลาว มันก็เป็นอะไรที่ท้าทายสำหรับผมแล้ว ทริปนี้กำหนดเดินทางกันในวันที่ 30 มีนาคม - 3 เมษายน พ.ศ.​2554เส้นทางการขับขี่ ด่านเชียงของ >> ห้วยทราย >> หลวงน้ำทา >> อุดมไซย >> หลวงพระบาง >> ไซยบุรี >> ด่านห้วยโก๋น 

 

เราเริ่มเดินทางในวันแรก (30มีค.54) คือเดินทางจากเชียงใหม่ และ ลำปาง ซึ่งแยกออกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรกจากเชียงใหม่ เป็นของพี่ ๆ กลุ่มลมเหนือมีตัวแทนมา 2 คน 2 คัน พี่พล ที่มาพร้อม XL125s และพี่แขก กับ KSR ตัวน้อย ๆ ซึ่งไม่ใช่ปัญหาสำหรับการเดินทางครั้งนี้ ส่วนผมเดินทางออกจากลำปางพร้อมกับ พ่อผม และเพื่อนริชชี่ D'Tracker 250 2คัน และ KLX250 1 คัน เดินทางสู่หน้าด่านเชียงของ เราพักกันที่เชียงของ 1 คืนครับ เส้นทางวันแรก เป็นทางในไทย ไม่มีปัญหาแต่อย่างใด สบาย ๆ ครับผม ระยะทางวันแรกราว ๆ 320 กิโลเมตร

 

เช้าวันที่ 2 (31มีค.54) เราออกกันแต่เช้า ทำเรื่องเอกสาร ที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองครับ เอกสารหลัก ๆ ก็พาสปอร์ต,บัตรประชาชน และเล่มทะเบียนรถ ทั้งตัวจริงและถ่ายเอกสาร ค่าใช้จ่ายมีราว ๆ 200 บาทต่อคน เสร็จแล้วเราก็มุ่งหน้าสู่ ท่าเรือข้ามฝั่งกันเลย ทำเอกสารเกี่ยวกับรถเอกสารคล้าย ๆ ตรงตรวจคนเข้าเมือง คันละ 100 บาท ครับ ส่วนค่าเรือข้ามฝากตรงด่านเชียงของค่อนข้างแพง เนื่องจากน่าจะเป็นด่านใหญ่ รถมอเตอร์ไซด์ คันละ 500 บาท/คัน

ต่อรองราคาได้ 400 บาท/คัน หลังจากเสร็จตรงนี้แล้ว ก็ข้ามฝั่งไป เอกสารเก็บไว้ดี ๆ นะครับค่าปรับราคาแพงมาก เราขึ้นเรือข้ามฝั่งใช้เวลาราว ๆ 15-20 นาที ข้ามไปอีกฝั่ง พอไปถึงฝั่งลาว จัดการกับเอกสาร ที่ตรวจคนเข้าเมืองลาว ประกับภัยรถมอเตอร์ไซด์ ตรวจเอกสารรถ ค่าใช้จ่าย ตม. 100 บาท/คน, ประกันภัย1อาทิตย์ 250บาท/คัน, และตรวจเอกสารรถ 100บาท/คัน ทางด่านลาวจะต้องให้เรากำหนดว่า เราจะออกด่านไหน ให้แจ้งไว้ไม่งั้นจะเสียค่าปรับ ทำเรื่องเอกสารแล้วเช็ค ดูกันให้ดี ๆ นะครับ ทั้งพาสปอร์ต เอกสารเกี่ยวกับรถครับผมแล้วก็ลองอาหารมื้อแรกที่ลาว กับ เฝอ ที่เป็นอาหารหลักของเราที่อยู่ที่นี้กันเลย เฝอที่นี้ส่วนใหญ่จะเป็น ไก่ กับเนื้อ ชามละ 30-40 บาท หลังจากนั้นเราก็มุ่งหน้าสู่ หลวงน้ำทา ออ.. อย่าลืมนะครับ ข้ามมาฝั่งนี้ต้องวิ่งขวากันแล้ว แรก ๆ ก็งง ๆ กันพอสมควร เส้นทางช่วงแรก ออกจาก ห้วยทราย ไปหลวงน้ำทา ถนนกำลังสร้างครับผม เป็นเส้น R3a เราค่อย ๆ ไปกันความเร็วไม่สูงมากนัก ไม่ได้ขี่กันอย่างเดียว เพราะเราถ่ายรูปและวิดีโอบันทึกการเดินทางตลอดเส้นทาง ทางในลาวมีแยกไม่มากนัก วิ่งตามเส้นทางหลัก ๆ ทางไหนไม่แน่ใจก็ถามชาวบ้านได้ครับ ชาวบ้านอัธยาศัยดีมาก ฟังภาษาไทยออก คุยกับเราก็รู้เรื่องครับ จะมีไม่เข้าใจบางคำเท่านั้น ถนนกำลังสร้าง เป็นฝุ่นและหินลอยบ้าง แต่ก็ไม่ได้แย่มากนัก เรามาถึง หลวงน้ำทา ใช้เวลาพอสมควรกับระยะทาง 182 กิโลเมตร หลวงน้ำทาเราแวะเติมน้ำมันถังแรกที่ลาว ที่นี้น้ำมันมีแค่ 2 อย่าง เบนซิน กับ ดีเซล เราเติมกันประมาณคันละ 52000 กีบ ราว ๆ 200 บาท ได้ประมาณ 4.6 ลิตร ลิตรเท่าคำนวนกันดูนะครับ พักกันที่ปั้ม ก็ออกเดินทางกันต่อมุ่งหน้าสู่ อุดมไซย เราขี่ตามทางมาเรื่อย ๆ ก็พบกับการสร้างทางเป็นระยะ ๆ มีให้จอดรอเพราะเหลือเส้นทางวิ่งฝั่งเดียว ทางลัดเลาะตามเขา ใช้ความเร็วได้ไม่มากนัก แสงอาทิตย์เริ่มหมดลง ก็ต้องจัดขบวนกันใหม่ ขี่กันเป็นกลุ่มมากขึ้น จากหลวงน้ำทา สู่ อุดมไซย ระยะทางราว ๆ 136 กิโลเมตร เรามาถึงอุดมไซย ก็มืดแล้ว ประมาณ 3 ทุ่มได้ จัดการหาร้านอาหาร เพราะว่าตั้งแต่เช้ามาเราไม่ได้กินอะไรกินเลย จัดอาหารชุดใหญ่มา ค่าเสียหาย 1 แสนต้น ๆ แต่คิดเป็นเงินกีบนะ ฮาฮา หลังจากนั้น ก็สอบถามเส้นทาง เพื่อจะมุ่งหน้าสู่ หลวงพระบาง ตามแผนแรกที่ตั้งใจว่าคืนแรกจะไปนอนที่หลวงพระบาง แต่ชาวบ้านบอกว่าไม่แนะนำ ให้นอนที่นี้แล้วเช้าค่อยเดินทางกันต่อ เราจึง ตระเวรหาโรงแรม ได้โรงแรมราคาถูก ห้องละ 200 บาท สภาพห้องก็ธรรมดา ๆ มีแอร์น้ำอุ่น แต่ห้องผม น้ำอุ่นพัง หลังอาบน้ำเสร็จ เอนตัวลงนอน หลับทันที หลับสนิทกันยันเช้า หมดแรงกันเลยทีเดียวสำหรับวันแรก ประมาณ 320 กิโลเมตร 

 

เช้าวันที่ 3 (1เมย.54) ตื่นมา เดินเล่นตลาดใกล้ ๆ กับโรงแรม ไม่ค่อยมีอะไรมาขาย ที่เห็นชัด ๆ ก็พวก พืชผักสวนครัว และแตงโม หลังจากนั้นเราก็เก็บข้าวของ เพื่อออกเดินทางสู่หลวงพระบาง เราเติมน้ำมัน กันก็ 200 บาท เช่นเคย คำนวนง่ายที่สุด แล้วก็มุ่งหน้าสู่หลวงพระบาง ระยะทางราว ๆ 190 กิโลเมตร เส้นทางลัดเลาะตามเขา ป่าไม้ ในลาวเริ่มถูกทำลาย เพื่อใช้ทำไร่ทำสวนกันมากแล้ว แต่บางที่ต้นไม้ใหญ่ ๆ ก็ยังมีให้เห็นอยู่ ระหว่างทางก็เจอหมู่บ้าน เด็ก ๆ ชาวบ้านก็ โบกไม้โบกมือทักทาย เจอเด็ก ๆ ก็เอาขนม ลูกอม ติดไม้ติดมือ ไปแจกก็ได้รอยยิ้มกลับมา ก็ดีใจกันแล้วครับ เส้นทางนี้ ถ้ามาเมื่อคืน ก็มีถึงเช้ากันแน่นอน ขี่มาเรื่อย ๆ ก็ถึงแยกปางโมง เราก็แวะทานข้าวกัน กับข้าวมื้อนี้เป็น อาหารป่าครับ ที่เราเอามาลิ้มลองก็มี หมูป่า เนื้อฟาน และเนื้ออ้น อร่อยเลยทีเดียวเชียว และเราก็มุ่งหน้าสู่หลวงพระบางกันต่อ เรามาถึงหลวงพระบางกันประมาณ บ่ายแก่ ๆ แล้วก็มุ่งหน้าสู่ที่พัก เฮือนพัก วงพระจันทร์ จัดการเก็บข้าวของ มาเช็ครถกันสักหน่อย ปรากฎพบว่าสเตอร์หลังรถเพื่อนผม ฟันล้มไป 4-5 ฟัน อะไหล่ที่เตรียมมาก็ไม่ได้เอาสเตอร์มาด้วยสิ ก็ตระเวณหาร้านก็ไปเจอร้านตรงใกล้ ๆ ปั้ม คาเท๊ก ร้านช่างแล่ เป็นเจ้าที่ทำรถวิบากใหญ่ในหลวงพระบางครับ อะไหร่ไม่มีครับแต่ไปเจอ D’Tracker ปีเก่า จอดอยู่จึงขอซื้อต่อมาด้วยราคาประมาณ 1 พันกว่าบาท เสร็จสรรพช่างก็พาไปดูโกดังรถบอกว่า ทุก ๆ ปีช่วงฝนฝรั่งจะมาเช่ารถแล้วพาไปขี่กัน รถช่างมีประมาณ 11 คัน ส่วนใหญ่เป็น Honda Baja ค่ำ ๆ เราก็เดินตลาดมืด หาอะไรกินกัน ชมเมือง ของในตลาดมืดก็เป็นพวก สิ่งทอ ของฝาก จะดูเหมือนคล้าย ๆ กับถนนคนเดินที่เชียงใหม่ ชาวต่างชาติฝรั่ง เยอะแยะครับ หลังจากนั้นก็แยกย้ายพักผ่อนกันครับ

 

เช้าวันที่ 4  (2เมย.54) เช้านี้เราตื่นกันแต่เช้า เดินไปตลาดดาลา ทำบุญ ตักบาตรข้าวเหนียวกัน นักท่องเที่ยววันนี้ไม่มากนัก ก็เดินเล่นรอบ ๆ เมือง ตลาดเช้า มีของมาขายหลากหลาย พืช ผัก มีสัตว์แปลก ๆ มาขายด้วย เดินชมเมืองขึ้นพระธาตุพูสี ตรงนี้เสียค่าขึ้นครับ 20000 กีบ เมื่อขึ้นไปถึงข้างบน เราจะเห็นเมืองหลวงพระบางโดยรอบ ทั้งด้านน้ำโขง และนำ้ขาล ทางขึ้นและลงของพระธาตุจะมีสองด้าน เราก็ลงอีกด้าน จะพบกับลำน้ำขาล เดินเที่ยวกันจนถึง เกือบ ๆ เที่ยง ก็เก็บข้าวของ เดินทางออกจากหลวงพระบาง มุ่งหน้าสู่ไซยบุรีกัน ก่อนออกจากหลวงพระบางก็จัดการถ่ายรูปคู่กับอนุเสาวรีย์เจ้าชีวิต กันก่อน แล้วจัดแจงเติมน้ำมันกัน และก็มุ่งหน้าสู่ไซยบุรี ระยะทางราว ๆ 126 กิโลเมตร ออกมาจากหลวงพระบางได้ไม่มากนักประมาณ 30-40 กิโลเมตร รถผมก็ทำเรื่องซะแล้ว ตะแกรงหลังหัก จึงต้องจอดซ่อมแซมกันก่อน ก็ได้รสชาติไปอีกแบบนะครับ ทางตรงนี้เป็นทางลูกรัง ฝุ่นเพียบ ต้องทิ้งระยะกันสักหน่อย ไม่งั้นมีสำลักฝุ่นกัน วิ่งกันไปเรื่อย ๆ ก่อนถึง ท่าเดือ ราว ๆ 2-3 กิโลเมตร ตระแกรงหลัง ของเจ้า XL125s ก็เกิดหัก ก็ต้องจอดซ่อมกันไป แล้วก็มุ่งหน้าสู่ท่าเดือเพื่อข้ามน้ำโขงกันตรงนี้ ค่าใช้จ่ายนั้น อยู่ราว ๆ 100-150 บาท /คัน ต่อรองกันไปมา ได้อยู่ที่คันละ 100 บาท แล้วก็จอดแวะพักกันตรงนี้ ก่อน แล้วจึงมุ่งหน้าสู่ไซยบุรี พอถึงเมืองก็จัดแจงหาที่พักได้โรงแรมราคากลาง ๆ ห้องละ 400 บาท เสร็จสรรพก็ออกหาข้าวเย็นทานกัน และหาร้านเชื่อมซ่อมตระแกรงให้ XL 125s กัน หลังจากนั้น ก็พักผ่อนกันตามอัธยาศัย ไซยบุรี เป็นเมืองเงียบ ๆ ก็ไม่มีอะไรกํหลับกันเตรียมพร้อมกับวันพรุ่งนี้กันต่อไป

 

เช้าวันที่ 5 (3เมย.54) วันนี้เราออกันแต่เช้า มุ่งหน้าสู่เมืองหงสา และเมืองเงิน ระยะทางประมาณ 130 กิโลเมตร ก่อนไปก็จัดข้าวเช้า ด้วยข้าวเหนียวหมูปิ้ง แปลกแต่จริง เราหาร้านหมูปิ้งในลาวกันได้ยากมาก ออกจากไซยบุรี ช่วงแรก ถนนดีเลยทีเดียวครับ วิ่งลัดเลาะตามสันเขา อากาศช่วงเช้าเย็นสบาย วิ่งกันมาเรื่อย ๆ ก่อนเข้าเมืองหงสา ก็พบกับการทำถนนเราขี่กันเพลิน เลยหลงทางเข้ามาในหมู่บ้าน แต่ชาวบ้านบอกว่าไปได้ทางแคบหน่อย จอดพักกินน้ำกินท่ากันร้านข้างทางในหมู่บ้าน ก็มุ่งหน้ากันต่อ ราว ๆ 30 กิโลเมตรสุดท้ายก่อนถึงด่านเมืองเงิน เส้นทางฝุ่นเยอะมากหนามาก เจอฝุ่นฟุ้งเกือบชนกันหลายทีครับแต่ขี่ไม่เร็วมากเลยเบรคไว้ได้ทัน เรามาถึงด่านเมืองเงินกันราว ๆ บ่าย 2 โมงนิด ๆ ทำเรื่องเอกสารที่ด่าน แต่แล้วก็พบกับเจ้าหน้าที่ลาวเดินมาบอกว่า พาสปอต ของพวกเจ้าไม่ได้ปั้มตราเข้ามา เจ้าจะต้องกลับไปทางเดิม ออกด่านโน้น (ด่านห้วยทราย) โอ้เย้ ถึงกับงงกันเลยครับ เนื่องจากพวกผมก็มือใหม่ออกนอกประเทศไม่รู้ว่าพาสปอตต้องปั้มอะไรบ้าง มันก็เป็นความผิดการทำงานของทางลาวด้วย แล้วก็พวกผมที่ไม่ได้เช็คก่อน ให้แน่ใจ เจ้าหน้าที่ลาวก็ทำการโทรไปหานายใหญ่ เวลาผ่านไปราว ๆ 1 ชั่วโมง ก็เดินมาบอกว่า เราจะทำให้เจ้าผ่านไปได้แต่ต้องมีค่าล่วงเวลา(บอกตั้งแต่ต้น ๆ ก็จ่ายไปแล้ว) สรุปจ่ายค่าล่วงเวลาให้เจ้าหน้าที่ลาวไปคนละ 60 บาท ตรงจุดนี้ทำให้เสียความรู้สึกมากครับ กับการเข้าออกประเทศ แต่กับคนลาวที่อยู่ในตัวเมือง ทางผ่าน ทุกคนอัธยาศัยดีมาก ๆ ครับผม คนลาวน่ารักครับผม เราออกจากด่านเมืองเงิน แล้วข้ามมาด่านห้วยโกน ฝั่งไทย ได้ราว ๆ บ่ายสามโมงกว่า ๆ ก็ทำเรื่องเสร็จ ก็มุ่งหน้ากลับสู่เชียงใหม่และลำปางกัน จากตรงด่านห้วยโก๋นเราใช้เส้นทาง ห้วยโก๋น >> ทุ่งช้าง >> สองแคว >> เชียงคำ >> พะเยา แล้วแยกกันที่พะเยา โดยกลับเชียงใหม่ และลำปาง เดินทางถึงที่หมายโดยสวัสดิภาพครับ 


จบทริปแล้วครับ

ขอบคุณที่แวะมาชมกันนะครับผม 

ขอบคุณข้อมูลจากเพื่อน ๆ พี่ ๆ ในเวปนะครับผม (dtrackerthailand.com & thairidersclub.com)

ขอบคุณ riderclubmagazine ที่สนับสนุนพื้นที่แบ่งปันเรื่องราว มิตรภาพดี ๆ 

ขอบคุณพ่อแม่น้อง 

ขอบคุณพี่พลที่ชวนผมร่วมเดินทางไปด้วย 

ขอบคุณพี่แขกที่เดินทางร่วมไปกับผม 

ขอบคุณเพื่อนริชชี่ ที่ไปด้วยกันเกือบทุกทริป

ขอบคุณ Nikon D90 เพื่อนคู่ใจ ที่จบทริปนี้ต้องเข้าโรงพยาบาลด่วนๆ หลังจากเริ่มเอ๋อ ป่วย

 

สุดท้ายผมก็ยังชอบประโยคนี้เหมือน ๆ กันครับ

"การกระทำของใครคนหนึ่ง  อาจเป็นแรงบรรดาลใจให้ใครอีกหลายๆคนได้"

 

ขอบคุณข้อมูลการเดินทาง : 

จาก 2 ป้า http://www.pantip.com/cafe/blueplanet/topic/E9521437/E9521437.html 

คุณchill_out http://www.dtrackerthailand.com/board/index.php?topic=23462.0

พี่ตุ๊กตุ่น Tuktoon http://www.dtrackerthailand.com/board/index.php?topic=23586.0

stormrider หน้าท่องเที่ยว http://www.stormclub.com/webboard/index.php?sec=1104&no=3


 

Ride to Nothern Laos.

posted on 21 Apr 2011 00:30 by studiohm
Ride to Nothern Laos.
 
ผมได้มีโอกาส ขี่มอเตอร์ไซด์ ผ่านเข้าไปในประเทศลาว ไปหลวงพระบาง 
เมื่อต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมาครับผม 
ไว้จะมาอัพเรื่องราวให้ได้อ่านกันนะครับผม 
 
 
 
 
 
 
 

edit @ 29 Apr 2011 22:27:24 by ©studiohm

SHE MEANS.

posted on 22 Mar 2011 21:59 by studiohm
งาน illustator ที่พึ่งจะทำเสร็จเป็นงานที่ไม่มีคอนเซปอะไรในตัวงาน
วาดตาม ๆ อารมณ์ไปเรื่อย ๆ หนะครับ
 
 
 

RIP.11#Christmas Wilairot

posted on 16 Mar 2011 22:42 by studiohm
เป็นงานออกแบบสติกเกอร์ในงาน พระราชทานเพลิงศพ นักบิดฮีโร่ของไทยตลอดการณ์
คุณคริสมาส วิไลโรจน์
 
Honda NSR250SP (MC28) รถแข่งคันแรก ๆ ที่สร้างชื่อเสียงพร้อมกับน้าจั๊บ 
 
​Honda CBR1000RR รถคันสุดท้ายที่ น้าจั๊บใช้ลงแข่งขัน
 
อันนี้เป็นตัวที่เป็นสติกเกอร์์ออกมาครับ ร่วมกับ นิตยสาร Rider Club Magazine และเวปไซด์ www.thairidersclub.com ครับ
 
 
ขอให้น้าจั๊บ คริสมาสวิไลโรจน์ สู่สุขติ นะครับ... ฮีโร่ในใจเสมอ 

edit @ 16 Mar 2011 22:46:28 by ©studiohm

Pray for Japan

posted on 16 Mar 2011 03:38 by studiohm
Pray for Japan
ひとりじゃない
 

wanabee vector

posted on 25 Mar 2010 21:02 by studiohm

วาด ๆ ขีด ๆ เขียน ๆ มันสนุกดีนะ

นั่งทำในตอนบ่าย ๆ ของวันง่วง ๆ

ต้องหัดให้่บ่อยกว่านี้.... 

 

เวคเตอร์อีกครั้ง

posted on 23 Mar 2010 23:44 by studiohm

ก็ไม่มีไรทำ ไปเจอรูปน้องคนนึงเลยจัดมาเป็นเวคเตอร์ คลายเครียดเวลาเบื่อ ๆ 

model ก็น้องพอย ขอบคุณมา ณ.ที่นี้ด้วย

 

 

 

ตอนนี้

posted on 10 Mar 2010 12:53 by studiohm

นานทีจะได้แวะเข้ามาอัพบล็อก บ้าง

ช่วงนี้อารมณ์มันเศร้า ๆ มีหลายอย่างผ่านเข้ามาในชีวิต 

มีหลายอย่างออกไปจากชีวิต 

ทั้งหมดทั้งมวลเกิดจากอะไร ใครเป็นคนกำหนด 

ว่าชีวิตเราจะต้องเดินไปทางไหน

การที่ รักใครสักคน จำเป็นด้วยเหรอที่ต้องมีเหตุผล 

ชีวิตคนเราแปลก ๆ จะดีใจหรือเสียใจดีที่เกิดมาเป็นคน

เรื่องราวไม่ประติประต่อ ไม่เป็นเรื่องเป็นราว 

คิดไรได้ก็พิมพ์ อาทิตย์ก่อนโน้น นั่ง ๆ อยู่ก็ได้รูปนี้มา

รู้สึกมันเศร้า...น้ำตามันเลยคลอ คิดถึงใครสักคน

"โลกที่ไม่มีเธอก็เหมือนไม่มีใคร"  อารมณ์ อกหักว่างั้น

"tear" by ©studiohm

 

 

แล้วเมื่อเช้าก็นั่งอยู่เฉย ๆ ฟังเพลงตอนนี้ ของ yokee playboy

ก็ได้รูปนี้ แค่อยากรู้ตอนนี้เธออยู่ไหน โลกของเธอคงสวยงาม ในนั้นที่ไม่มีฉัน

"now" by ©studiohm

 

ลองของใหม่

posted on 19 Jan 2010 16:02 by studiohm

 ปีใหม่นี้ได้ของเล่นมาใหม่ กับกล้องถ่ายรูปใหม่ nikon d90

มีความสุขกับเจ้าของเล่นชิ้นนี้ดีมากเลยครับ ตอนนี้กำลังหัด ๆ ถ่ายวิดีโอ

เลยแวะเอามาฝาก ให้ได้ชมกันครับผม 

บีบอัดไฟล์ไปมาจนไม่ค่อยชัดเลย

 

FaxTure Scream from ©studiohm : arttawut kanwana on Vimeo.

 

Gel&Gio from ©studiohm : arttawut kanwana on Vimeo.

Final cut studio 2

Adobe Photoshop & After effect

edit @ 19 Jan 2010 16:13:58 by ©studiohm

ช่วงนี้ ตะบี้ตะบันทำงาน.....เหนื่อยเหลือเกิน

ทำงานแต่หน้าคอม ไม่ได้ ออกไปสู่โลกกว้างเลย